เส้นเลือดฝอยและเส้นเลือดขอด ฉีดอย่างเดียวพอไหม? รู้สาเหตุที่กลับมาเป็นซ้ำ

โดย | บทความเส้นเลือดขอด

เส้นเลือดฝอยและเส้นเลือดขอด ฉีดอย่างเดียวพอหรือไม่? ทำไมบางคนกลับมาเป็นซ้ำภายใน 1–2 ปี

ศ.นพ.กิตติพันธุ์ ฤกษ์เกษม

ผู้ป่วยจำนวนมากที่มี เส้นเลือดฝอย (Spider Veins) หรือ เส้นเลือดขอด (Varicose Veins) มักเข้าใจว่า หากฉีดยารักษาเส้นเลือดที่มองเห็นจากภายนอกให้หายไป ปัญหาก็จะจบลง

ในความเป็นจริง การฉีดรักษาเพียงอย่างเดียวอาจเหมาะสำหรับผู้ป่วยบางราย แต่ในผู้ป่วยอีกจำนวนไม่น้อย ปัญหาที่แท้จริงอาจอยู่ลึกลงไปใน เส้นเลือดดำหลัก (Saphenous Vein) หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษา อาจทำให้เส้นเลือดกลับมาเป็นซ้ำได้

การฉีดเส้นเลือดฝอย (Sclerotherapy) ทำงานอย่างไร?

การฉีดยารักษาเส้นเลือดฝอย หรือ Sclerotherapy เป็นการฉีดสารเข้าไปภายในหลอดเลือดดำที่ผิดปกติ ทำให้ผนังหลอดเลือดเกิดการอักเสบในระดับที่ควบคุมได้ ส่งผลให้หลอดเลือดปิดตัว และร่างกายจะค่อย ๆ ดูดซึมหลอดเลือดเส้นนั้นไปตามธรรมชาติ

วิธีนี้สามารถให้ผลดีในการรักษา

  • เส้นเลือดฝอย (Spider Veins)
  • เส้นเลือดขอดขนาดเล็ก (Reticular Veins)
  • เส้นเลือดขอดบางชนิดที่เหมาะสม

หลังการรักษา เส้นเลือดที่เห็นจากภายนอกจะค่อย ๆ จางลงภายในหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน

ทำไมฉีดแล้วบางคนกลับมาเป็นอีก?

สาเหตุสำคัญคือ ไม่ได้รักษาต้นเหตุของโรค

ในผู้ป่วยหลายราย เส้นเลือดฝอยที่ผิวหนังเป็นเพียง “ปลายเหตุ” ของโรค

ต้นเหตุจริงอาจเกิดจาก ภาวะลิ้นของเส้นเลือดดำหลัก (Saphenous Vein) เสื่อมหรือรั่ว (Venous Reflux)

เมื่อวาล์วของเส้นเลือดดำทำงานผิดปกติ เลือดจะไหลย้อนกลับลงมาตามแรงโน้มถ่วง ทำให้ความดันภายในระบบหลอดเลือดดำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ความดันที่สูงผิดปกตินี้จะส่งผ่านมายังเส้นเลือดฝอยและเส้นเลือดขอดที่ผิวหนัง ส่งผลให้

  • เกิดเส้นเลือดฝอยใหม่
  • เส้นเลือดขอดกลับมาปูดอีก
  • มีอาการปวด หนักขา หรือบวมมากขึ้น
  • ผิวหนังเริ่มเปลี่ยนสี
  • ในบางรายอาจเกิดแผลเรื้อรังบริเวณข้อเท้า

ดังนั้น หากรักษาเฉพาะเส้นเลือดที่มองเห็น แต่ปล่อยให้ภาวะ Venous Reflux ยังคงอยู่ ความผิดปกติก็ยังดำเนินต่อไป

รูปที่ 1 แสดงตัวอย่างผู้ป่วยที่ฉีดรักษาเฉพาะเส้นเลือดฝอย โดยไม่ได้รักษาภาวะลิ้นเส้นเลือดดำหลักรั่ว ทำให้ความดันในระบบหลอดเลือดดำยังคงสูง และมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้

จำเป็นต้องตรวจอัลตราซาวด์ก่อนหรือไม่?

ในผู้ป่วยที่มี

  • เส้นเลือดขอดขนาดใหญ่
  • เส้นเลือดฝอยจำนวนมาก
  • อาการปวด หนัก หรือบวมขา
  • ผิวหนังเริ่มคล้ำหรือมีการเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง
  • เคยรักษาแล้วกลับมาเป็นซ้ำ

การตรวจ Venous Duplex Ultrasound มีบทบาทสำคัญในการประเมินว่า

  • มีภาวะลิ้นเส้นเลือดดำรั่วหรือไม่
  • เส้นเลือดดำหลักเสื่อมหรือไม่
  • ความผิดปกติอยู่ตำแหน่งใด
  • ควรวางแผนการรักษาอย่างไร

การตรวจนี้ช่วยให้สามารถเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย มากกว่าการรักษาเพียงจากลักษณะที่เห็นภายนอก

ถ้าพบเส้นเลือดดำหลักรั่ว ควรรักษาอย่างไร?

หากตรวจพบว่า เส้นเลือดดำหลักมีภาวะ Venous Reflux

แพทย์อาจพิจารณารักษาต้นเหตุด้วยวิธี เช่น

  • Endovenous Laser Ablation (EVLA)
  • Radiofrequency Ablation (RFA)
  • หรือวิธีอื่นที่เหมาะสม

หลังจากความดันในระบบหลอดเลือดดำลดลงแล้ว จึงพิจารณารักษาเส้นเลือดฝอยหรือเส้นเลือดขอดที่เหลือด้วย

  • Sclerotherapy
  • Surface laser
  • Microphlebectomy

แนวทางนี้อาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการรักษา และอาจลดโอกาสการกลับเป็นซ้ำในผู้ป่วยที่มีภาวะเส้นเลือดดำหลักรั่วร่วมด้วย

รูปที่ 2 แสดงตัวอย่างผู้ป่วยที่ฉีดรักษาเฉพาะเส้นเลือดฝอยหลังจากการรักษาภาวะลิ้นเส้นเลือดดำหลักรั่ว ทำให้ความดันในระบบหลอดเลือดดำยังคงไม่สูง และเส้นเลือดฝอย มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้น้อย

สรุป

การฉีดรักษาเส้นเลือดฝอยเป็นวิธีรักษาที่มีประสิทธิภาพในผู้ป่วยที่เหมาะสม

อย่างไรก็ตาม หากมีภาวะ เส้นเลือดดำหลักรั่ว (Venous Reflux) ร่วมด้วย การรักษาเฉพาะเส้นเลือดที่ผิวหนังอาจไม่สามารถแก้ไขต้นเหตุของโรคได้ และเส้นเลือดอาจกลับมาเป็นซ้ำในอนาคต

การตรวจอัลตราซาวด์เส้นเลือดดำก่อนวางแผนการรักษา ช่วยให้แพทย์สามารถเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย และมุ่งรักษาที่ต้นเหตุของปัญหา

ท่านสามารถสอบถามเพิ่มเติมกับเราได้ที่ไลน์เอด @kittipan.clinic

หมายเหตุ

ผลการรักษาแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย ขึ้นอยู่กับสาเหตุ ความรุนแรงของโรค ลักษณะของหลอดเลือด และดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษา