เส้นเลือดขอด…อาจไม่ใช่แค่ปัญหาความสวยงาม
หลายคนคิดว่าเส้นเลือดขอดเป็นเพียงเส้นเลือดโป่งพองที่มองเห็นบนผิวหนัง และเลือกที่จะอยู่กับมันเพราะคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย
แต่ในความเป็นจริง เส้นเลือดขอดเป็นโรคของหลอดเลือดดำ ที่อาจทำให้เกิดอาการปวด หนักขา บวม คัน เป็นตะคริว ผิวหนังเปลี่ยนสี ในบางราย หากปล่อยไว้นาน อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การอักเสบของหลอดเลือดดำ เลือดออกจากเส้นเลือดขอด หรือแผลเรื้อรังบริเวณข้อเท้า
ปัญหาที่แท้จริงของเส้นเลือดขอดไม่ใช่เพียงเส้นเลือดที่มองเห็นบนผิวหนัง
หลอดเลือดดำที่ขาของเรา มี “ลิ้นหลอดเลือด” ทำหน้าที่เหมือนประตูน้ำ คอยเปิดให้เลือดไหลกลับขึ้นไปทางหัวใจ และปิดไม่ให้เลือดไหลย้อนกลับลงมาเมื่ออายุมากขึ้น หรือมีปัจจัยบางอย่าง ลิ้นหลอดเลือดอาจเสื่อมหรือทำงานผิดปกติ ทำให้ประตูน้ำปิดไม่สนิท เลือดที่ควรไหลกลับขึ้นไปจึงไหลย้อนลงมาที่ขาอีกครั้งเมื่อเลือดไหลย้อนและคั่งอยู่ที่ขาเป็นเวลานาน ความดันในหลอดเลือดดำจะสูงขึ้น ทำให้เกิดอาการขาหนัก ขาบวม ปวดเมื่อย หรือเห็นเส้นเลือดขอดโป่งพองขึ้นมาหากปล่อยไว้นาน เลือดที่คั่งอยู่จะรบกวนการนำออกซิเจนและสารอาหารไปเลี้ยงผิวหนัง ทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ เกิดผื่นคัน ผิวหนังแข็ง หรือในรายที่เป็นมากอาจเกิดแผลเรื้อรังได้
ดังนั้น ปัญหาที่แท้จริงของเส้นเลือดขอดจึงไม่ใช่เพียงเส้นเลือดที่มองเห็นบนผิวหนัง แต่เกิดจากลิ้นหลอดเลือดที่ทำงานผิดปกติอยู่ภายใน การรักษาที่ต้นเหตุจึงมุ่งแก้ไขหลอดเลือดดำที่มีลิ้นเสื่อม เพื่อหยุดการไหลย้อนของเลือดและลดการคั่งของเลือดที่ขา
สิ่งสำคัญคือ เส้นเลือดที่เห็นบนผิวหนังอาจเป็นเพียง "ปลายเหตุ" ขณะที่สาเหตุที่แท้จริงอาจเกิดจากลิ้นหลอดเลือดดำหลัก saphenous vein) ภายในขาเสื่อมหรือทำงานผิดปกติ ซึ่งไม่สามารถประเมินได้จากการมองด้วยตาเปล่า
การตรวจอัลตราซาวนด์ (Duplex Ultrasound) ช่วยให้แพทย์สามารถประเมินสาเหตุของโรคได้อย่างละเอียด และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย ไม่ว่าอาการของคุณจะรุนแรงขนาดไหน
การรักษาที่คนไข้ส่วนใหญ่เลือก ฉีดยา ให้เส้นเลือดจางลง
ที่ดูให้ผลทันทีแบบนี้
กรณีศึกษา
ผู้ป่วยรายนี้ได้รับการฉีดยาที่เส้นเลือดขอดบริเวณหน้าแข้งแรกๆ ก็ดูจางลงแต่ไม่หาย กลับเป็นเหมือนเดิมเมื่อผ่านไปไม่ถึง 1 ปี มีสีดำบริเวณที่ฉีด อาการปวดบวมขาและเห็นเส้นเลือดขอดกลับมาใหม่ ปวดจนต้องลางานไปยกขาสูงเป็นวันๆ ถึงจะดี ผู้ป่วยรายนี้ได้รับการตรวจโดยอัลตราซาวนด์กลับพบว่ามีหลอดเลือดดำหลัก (saphenous vein) เสื่อม ที่ไม่ได้รับการตรวจพบหรือแก้ไขมาก่อน เนื่องจากต้นเหตุของปัญหาเส้นเลือดขอดยังไม่ได้รับการรักษา อาการจึงกลับมาเป็นซ้ำ และค่อย ๆ แย่ลงเมื่อเวลาผ่านไป
ตัวยาที่ฉีดนั้นเข้าไปทำให้ เส้นเลือดบริเวณนั้น ระคายหลอดเลือด ทำให้เกิดการอักเสบ เพื่อไปกระตุ้นให้เส้นเลือด ทำการรักษาด้วยตัวมันเอง ซึ่งถ้ามีหลอดเลือดหลักเสื่อมอยู่ ก็จะมีความดันในหลอดเลือดดำสูงและย้อนกลับมาที่เส้นเลือดที่ผิวหนัง ทำให้ปูดได้อีกที ดังนั้นการพบเส้นเลือดฝอยหรือเส้นเลือดขอดที่ผิวหนังแล้วไปฉีดทันที โดยไม่ได้ประเมินว่ามีเส้นเลือดหลักเสื่อมหรือไม่ แนวทางนี้อาจไม่เพียงพอหากมีภาวะหลอดเลือดดำหลักเสื่อมร่วมด้วย ภายใน 1-2 ปี เส้นเลือดฝอย เส้นเลือดขอดอาจจะกลับมาอีก และอาจจะจะหนักขึ้น แต่ถ้าผู้ป่วยได้รับการตรวจและรักษาที่ต้นเหตุก่อนเช่นการทำเลเซอร์ อาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาและลดโอกาสการกลับเป็นซ้ำในผู้ป่วยบางราย
ลำดับอาการ ความรุนแรง ของเส้นเลือดขอด หากคุณไม่รักษา ที่คุณสามารถสังเกตตัวเองได้ตอนนี้เลย
หากคุณมีเส้นเลือดขอด และมีอาการปวด หนัก บวม คัน หรือมีเส้นเลือดขอดที่เริ่มรบกวนคุณภาพชีวิต การเข้ารับการประเมินโดยแพทย์ผู้ชำนาญการอาจเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการดูแลสุขภาพขาของคุณ
สามารถปรึกษาเบื้องต้นได้ทันที โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด
คลิก รับคำปรึกษาได้ทันที โดยคนไข้สามารถส่งภาพ
1.ท่ายืนปกติ (ท่ายืนเท่านั้น เพื่อให้เห็นอาการของเส้นเลือดขอด)
2.บริเวณเส้นเลือดขอด เห็นเส้นเลือดชัด ๆ หรือเห็นแผลชัด ๆ
3.ทิ้งเบอร์ติดต่อ คุณหมอและทีมงานจะติดต่อกลับโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
รายละเอียดค่าใช้ในการรักษา ก่อนเริ่มการรักษา
เพราะแต่ละเคสมีความซับซ้อน ความรุนแรงของอาการที่ไม่เหมือนกัน และขึ้นอยู่กับรูปแบบการรักษาที่คนไข้เลือกด้วยเช่นกันครับ ดังนั้นราคาที่ชัดเจนไม่สามารถบอกได้ เพื่อให้ทราบวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับคนไข้และค่าใช้จ่ายที่ชัดเจน แนะนำให้เข้ามาปรึกษาโดยส่วนตัว
ประสบการณ์ แพทย์เฉพาะทาง ที่ Leg Vein Clinic Thailand

ศาสตราจารย์ ดร. นพ.กิตติพันธุ์ ฤกษ์เกษม
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์หลอดเลือด
เกี่ยวกับแพทย์ผู้รักษา
ศาสตราจารย์ ดร. นพ.กิตติพันธุ์ ฤกษ์เกษม
ได้รับอนุมัติจากแพทย์สภาและราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทยว่าเป็นผู้มีความรู้ความชำนาญด้านสาขาศัลยศาสตร์หลอดเลือด
ปัจจุบัน
ดำรงตำแหน่งอาจารย์ประจำหน่วยศัลยศาสตร์หลอดเลือด ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่
ได้รับการศึกษาด้านแพทย์เฉพาะทางและทำวิจัยระดับปริญญาเอกทางโรคหลอดเลือด จากมหาวิทยาลัยเซาแธมตัน และมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ต ประเทศอังกฤษ (พ.ศ. 2541-2546)
ผลการรักษาอาจแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย ข้อมูลในเว็บไซต์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เบื้องต้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์จากแพทย์ผู้ดูแลได้

