ทำไม “อัลตร้าซาวด์หลอดเลือดดำ” จึงสำคัญก่อนรักษาเส้นเลือดฝอยและเส้นเลือดขอด

โดย | บทความเส้นเลือดขอด

ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ กิตติพันธุ์  ฤกษ์เกษม

Leg Vein Clinic Thailand

 

การเห็นเส้นเลือดฝอยที่ข้อเท้า เส้นเลือดฝอยสีแดง–ม่วงบนผิวหนัง หรือเส้นเลือดขอดนูนเขียวตามขา เป็นอาการที่พบได้บ่อยในคนไทย โดยเฉพาะในผู้ที่ยืนหรือเดินเป็นเวลานาน ผู้หญิงหลังคลอด ผู้ที่มีภาวะอ้วน หรือผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคนี้ แต่สิ่งที่สำคัญมาก และมักถูกมองข้ามคือ “ต้นเหตุของโรค” ซึ่งอยู่ลึกลงไปในระบบหลอดเลือดดำ ไม่ได้เห็นด้วยตาเปล่า

 

เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจน เส้นเลือดขอดหมายถึงเส้นเลือดดำขนาดใหญ่ที่โป่งพอง มีเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 3 มิลลิเมตร และมักเกิดจากลิ้นหลอดเลือดรั่ว ทำให้เห็นเป็นเส้นนูนหรือบิดตัวใต้ผิวหนัง ในขณะที่ เส้นเลือดฝอยหรือใยแมงมุม เป็นเส้นเลือดเล็กมาก สีแดง ม่วง หรือฟ้า ขนาดโดยทั่วไป น้อยกว่า 1 มิลลิเมตร อยู่ตื้นใต้ผิวหนัง โดยไม่ได้ถือเป็น “เส้นเลือดขอด” ตามนิยามทางการแพทย์  แต่อาจจะเป็นผลตามมาของเส้นเลือดขอดแล้วเส้นเลือดฝอยเป็นสาขา

ภาพซ้ายแสดงลักษณะเส้นเลือดฝอย ใยแมงมุม spider vein และภาพขวาแสดงลักษณะเส้นเลือดขอด

 

ในฐานะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นเลือดขอด การตรวจที่มีความสำคัญที่สุดก่อนการรักษาทุกกรณีคือ

“Duplex Ultrasound” หรืออัลตร้าซาวด์หลอดเลือดดำ  เพราะอัลตร้าซาวด์ช่วยบอกที่มาของปัญหาได้อย่างแม่นยำว่า เส้นเลือดที่เห็นนั้นเกิดจาก ลิ้นหลอดเลือดดำรั่ว (venous reflux) ในจุดใด ตั้งแต่ระดับขาหนีบ (saphenofemoral junction) ไปจนถึงระดับใต้เข่า และจากหลอดเลือดดำใหญ่ เช่น เส้นเลือดดำที่หน้าขา great saphenous vein (GSV) ไปจนถึงเส้นเลือดฝอยขนาดเล็กที่ผิวหนัง เมื่อ “ต้นเหตุ” ไม่ได้ถูกแก้ การรักษาเส้นเลือดฝอยเพียงอย่างเดียวมัก ไม่หาย หรือกลับมาเป็นซ้ำอย่างรวดเร็ว

 

บทความนี้จะอธิบายอย่างเป็นระบบว่าทำไมผู้ป่วยทุกคนที่มีเส้นเลือดฝอยหรือเส้นเลือดขอดควรได้รับการตรวจอัลตร้าซาวด์ก่อนการรักษา และทำไมแนวคิด “รักษาจากต้นน้ำ (จาก A → Z)” คือหัวใจสำคัญที่สุดของการดูแลโรคนี้

 

  1. เส้นเลือดฝอยที่เห็น…อาจไม่ใช่จุดเริ่มต้นของปัญหา

เส้นเลือดฝอย (telangiectasia, spider vein ) มีลักษณะเป็นเส้นสีแดง–น้ำเงินเล็ก ๆ ใต้ผิวหนัง หลายคนคิดว่าเป็นเพียงปัญหาความสวยงาม แต่ความจริงแล้ว เส้นเลือดฝอยจำนวนไม่น้อยเกิดจาก

“แรงดันย้อนกลับ” (reflux pressure) ที่ไหลลงมาจากหลอดเลือดดำใหญ่ที่มีลิ้นรั่ว

ตัวอย่างที่พบได้บ่อยคือ

  • ผู้ป่วยเห็นเส้นเลือดฝอยที่ข้อเท้า
  • เมื่ออัลตร้าซาวด์พบว่าเส้นเลือดดำหลักที่อยู่หน้าขา (great saphenous vein (GSV)) รั่วตั้งแต่ขาหนีบลงมาถึงข้อเท้า
  • แรงดันที่ไหลย้อนลงมาทำให้เส้นเลือดฝอยปูด ขยายตัว และแตกง่าย

ดังนั้น ถ้ารักษาแต่เส้นเลือดฝอย เช่น การฉีดโฟม หรือเลเซอร์เฉพาะจุด แต่ไม่แก้ไขการรั่วของ GSV เส้นเลือดฝอยจะกลับมาเป็นใหม่เร็วมาก — มักภายใน 2–6 เดือน นี่คือเหตุผลที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกยืนยันว่าหลักเลี่ยงเริ่มรักษาเส้นเลือดฝอยโดยไม่ทำอัลตร้าซาวด์ก่อน

 

 

  1. อัลตร้าซาวด์บอกได้ว่า “รั่วตรงไหน และรั่วระดับใด”

อัลตร้าซาวด์ Duplex ultrasound สามารถบอกข้อมูลสำคัญดังนี้

(1) ตำแหน่งที่ลิ้นหลอดเลือดรั่ว (reflux location)

เช่น

  • ขาหนีบ (saphenofemoral junction)
  • ใต้เข่า (saphenopopliteal junction)

 

(2) ความยาวของเส้นเลือดที่รั่ว

เช่น รั่วตั้งแต่ขาหนีบถึงข้อเท้า หรือรั่วเฉพาะ 15–20 เซนติเมตรส่วนกลางของขา

ข้อมูลนี้สำคัญต่อการวางแผนว่าจะรักษา

 

(3) การแยกโรคอื่น ๆ ที่อาจเลียนแบบเส้นเลือดขอด

เช่น หลอดเลือดดำอุดตัน (deep vein obstruction) ถ้าไม่ทราบสิ่งเหล่านี้การไปทำลายเส้นเลือดฝอยที่ผิวหรือเส้นเลือดขอดอาจจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการแย่ลง

 

  1. หลักสำคัญของการรักษา: “ต้องเริ่มที่ต้นเหตุ ไม่ใช่ปลายเหตุ”

หนึ่งในหลักการของผู้เชี่ยวชาญเส้นเลือดขอดคือ

“Treat from the source.”

เหมือนกับการตัดต้นไม้

  • ถ้าตัดเฉพาะกิ่ง → แตกใหม่
  • ถ้าตัดถึง “รากแก้ว” → ปัญหาจึงจะหาย

ในผู้ป่วยเส้นเลือดขอด รากแก้วก็คือ

หลอดเลือดดำใหญ่อย่าง GSV ที่มีลิ้นรั่ว เมื่อรั่ว แรงดันจะส่งลงไปตามแขนงและเส้นเลือดฝอย ทำให้เกิดลายแมงมุม เส้นเลือดแตก หรือปูดนูน

 

จึงต้องรักษาตั้งแต่ ขาหนีบ → GSV → แขนง → เส้นเลือดฝอย ตามลำดับ (A → Z)

ถ้ารักษาถูกลำดับ ผลลัพธ์จะดีและถาวรกว่า  หลังทำปิดหลอดเลือดใหญ่ที่รั่ว เช่นการทำเลเซอร์เส้นเลือดขอด (endovenous laser ablation: EVLA) แล้ว สิ่งที่พบบ่อยคือ เส้นเลือดฝอยบางจุดที่เคยนูนชัด กลายเป็นจางลงหรือหายไปเองโดยไม่ต้องรักษาเพิ่ม เพราะแรงดันที่ส่งลงมาได้หายไปแล้ว ในทางกลับกัน ถ้าข้ามขั้นไปเริ่มทำ การฉีดยาเส้นเลือดฝอยหรือทำเลเซอร์ผิวหนัง ทั่วไปก่อนผลที่ได้มักเป็นเพียงชั่วคราว

 

  1. ทำไมผู้ป่วยเส้นเลืดขอดควรได้รับอัลตร้าซาวด์ก่อนรักษา

เหตุผลที่ 1: เพื่อหาสาเหตุของโรคอย่างแม่นยำ

ตาเปล่าเห็นแค่ “ผล”  อัลตร้าซาวด์เห็นถึง “สาเหตุ”

 

เหตุผลที่ 2: เพื่อวางแผนการรักษาอย่างถูกต้อง

ถ้าเส้นเลือดใหญ่เสียเราสามารถแก้ปัญหา โดย การทำเลเซอร์ แต่ถ้าเป็นรั่วตื้น ๆ เส้น เลือดฝอย เราจะฉีดยาเป็นหลัก

 

เหตุผลที่ 3: เพื่อประเมินความรุนแรงของโรค

ช่วยจำแนกว่าเป็นเส้นเลือดฝอยหรือเส้นเลือดหลักรั่วช่อนตัวตัวอยู่ข้างล่างผิวหนังหรือไม่  ซึ่งอาจต้องมีการรักษามากกว่าที่เห็น

เหตุผลที่ 4: เพื่อให้ผลการรักษาดีที่สุดและถาวรที่สุด

การตรวจทำให้

  • ลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ
  • ทำหัตถการอย่างคุ้มค่า
  • ลดค่าใช้จ่ายระยะยาว
  • ปลอดภัยสูงสุด

 

เหตุผลที่ 5: เป็นมาตรฐานสากลทั่วโลก

ทั้งแนวเวชปฎิบัติทั้งทางของ อเมริกา ยุโรป

  • American Venous Forum (AVF)
  • Society for Vascular Surgery (SVS)
  • European Venous Forum (EVF)

ทุกสมาคมระบุชัดเจนว่า

“การทำ Duplex Ultrasound เป็นขั้นตอนที่จำเป็นก่อนการรักษาผู้ป่วยเส้นเลือดขอด”

 

 

 

  1. ถ้าเป็นเพียงแค่เส้นเลือดฝอยหรือใยแมงมุมเฉยๆ ไม่มีเส้นเลือดขอด จำเป็นจะต้องตรวจอัลตร้าซาวด์ทุกรายหรือ?

ตามแนวทางสากลของ AVF,  SVS, EVF ผู้ที่มีแค่เส้นเลือดฝอยเล็ก ๆ (telangiectasia) โดยที่ไม่พบเส้นเลือดขอดใหญ่ ไม่จำเป็นต้องตรวจอัลตร้าซาวด์ทุกราย แต่แนวทางย้ำว่า ถ้ามีสัญญาณว่าเส้นเลือดฝอยอาจเกิดจากหลอดเลือดใหญ่รั่วอยู่ข้างใน ควรตรวจอัลตร้าซาวด์ทันที ตัวอย่างเช่น มีเส้นเลือดฝอยกระจายมากบริเวณข้อเท้า (ankle flare), มีเส้นเลือดสีเขียวขนาดใหญ่เป็นตัวหล่อเลี้ยงเส้นฝอย  (reticular vein), มีอาการปวด หนักขา แสบร้อน, เคยรักษาแล้วเป็นซ้ำเร็ว หรือเส้นเลือดฝอยเป็นจำนวนมากผิดปกติ ซึ่งทั้งหมดอาจเป็นผลจากหลอดเลือดดำใหญ่ เช่น GSV ที่รั่วอยู่ ดังนั้นถ้าผู้ป่วยมีเพียงเส้นเลือดฝอยเล็กน้อยและไม่มีอาการมักไม่ต้องตรวจ แต่ หากมีข้อบ่งชี้ใด ๆ ว่าอาจมีหลอดเลือดใหญ่ผิดปกติ ควรตรวจอัลตร้าซาวด์ก่อนรักษา เพื่อให้การรักษาได้ผลดีและไม่กลับมาเป็นซ้ำตามที่แนวทางสากล (guideline) แนะนำ

 

  1. สรุป: การรักษาจาก A ถึง Z คือคำตอบถูกต้องที่สุด

การรักษาเส้นเลือดขอดและเส้นเลือดฝอยให้หายจริง ต้องเริ่มจากลำดับที่ถูกต้อง

  • เริ่มต้นด้วยอัลตร้าซาวด์ เพื่อหาต้นเหตุของลิ้นหลอดเลือดที่รั่ว
  • แก้ไขจุดรั่วเส้นเลือดใหญ่ เส้นเลือดหลักก่อน เช่น GSV
  • จากนั้นจึงมาดูแลแขนงและเส้นเลือดฝอย
  • ผลลัพธ์ที่ได้จะถาวร ปลอดภัย และสวยงามที่สุด

การมองแบบนี้ เปรียบเหมือนการรักษาต้นไม้

  • ถ้าตัดเพียงใบและกิ่ง ปัญหาจะกลับมา
  • แต่ถ้าตัดถึงรากแก้ว โรคก็หายอย่างยั่งยืน

ดังนั้น ผู้ป่วยทุกคนที่มีเส้นเลือดฝอยหรือเส้นเลือดขอด ควรได้รับการตรวจอัลตร้าซาวด์ก่อนการรักษาเสมอ

เพื่อให้ผลลัพธ์ดีที่สุดและลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำในอนาคต