เห็น “เส้นเลือดฝอยที่ข้อเท้า” แปลว่าอะไร? อันตรายไหม ต้องรีบรักษาหรือไม่?

โดย | บทความเส้นเลือดขอด

ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ กิตติพันธุ์  ฤกษ์เกษม

Leg Vein Clinic Thailand

ผู้ป่วยจำนวนมากสังเกตเห็น “เส้นเลือดฝอย” หรือ เส้นเลือดแตกเป็นใยแมงมุม (Spider veins) รอบข้อเท้าหรือหลังเท้า แล้วเกิดความกังวลว่าเป็นสัญญาณของ “โรคร้ายแรง” หรือไม่ บางรายคิดว่าเป็นเพียงข้อบกพร่องด้านความสวยงามและปล่อยทิ้งไว้ แต่ความจริงคือ ตำแหน่งของเส้นเลือดฝอยมีความหมายมากกว่าที่คิด โดยเฉพาะตำแหน่ง “ข้อเท้า” ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการประเมินสุขภาพของระบบหลอดเลือดดำ

บทความนี้จะช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจว่า

  • เส้นเลือดฝอยที่ข้อเท้าคืออะไร
  • บอกโรคอะไรได้บ้าง
  • ควรใส่ใจหรือเพิกเฉยได้หรือไม่
  • และแนวทางการดูแลรักษาที่เหมาะสม

 

เส้นเลือดฝอยที่ข้อเท้าคืออะไร?

เส้นเลือดฝอยที่เห็นเป็นสีแดง–น้ำเงินบริเวณข้อเท้า เรียกว่า telangiectasia หรือ spider veins เกิดจากหลอดเลือดฝอยใต้ผิวหนังที่ขยายใหญ่ขึ้นผิดปกติ มักมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.1–1.0 มิลลิเมตร

โดยทั่วไป “เส้นเลือดฝอย” สามารถเกิดได้ทั่วร่างกาย แต่ ถ้าเกิดที่ข้อเท้า มีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะบริเวณนี้เป็นจุดที่แรงดันหลอดเลือดรั่วลงมามากที่สุดเมื่อมีปัญหาหลอดเลือดดำไม่สมบูรณ์ (venous reflux)


 

รูปแสดงเส้นเลือดฝอยที่บริเวณข้อเท้า

สัญญาณสำคัญ: ทำไม “ข้อเท้า” ถึงเป็นตำแหน่งที่ต้องระวัง

เส้นเลือดฝอยรอบข้อเท้าอาจเป็นตัวบ่งบอกว่า

  1. อาจมี “หลอดเลือดดำรั่ว” จากเส้นเลือดใหญ่ที่ขา เช่น Great Saphenous Vein (GSV)

ถ้าลิ้นหลอดเลือดดำรั่ว เลือดจะไหลย้อนลงด้านล่าง เกิดความดันสูงบริเวณข้อเท้า ทำให้เส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนังขยายตัว

งานวิจัยจำนวนมากพบว่า

  • ผู้ที่มีเส้นเลือดฝอยที่ข้อเท้า มีความเสี่ยงพบหลอดเลือดดำรั่วมากกว่าคนทั่วไป
  • โดยเฉพาะรูปแบบที่เรียกว่า “Corona Phlebectatica”

 

Corona Phlebectatica คืออะไร? ทำไมหมอเส้นเลือดขอดให้ความสำคัญมาก

Corona Phlebectatica คือ กลุ่มเส้นเลือดฝอยเล็ก ๆ เป็นวงรอบข้อเท้า เป็นหนึ่งในเกณฑ์ที่ใช้ประเมินระดับความรุนแรงของโรคหลอดเลือดดำ (CEAP classification)

ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคเส้นเลือดขอดที่กำลังก่อปัญหา

ถ้าไม่รักษา อาจลุกลามไปสู่

  • บวม
  • ผิวคล้ำ
  • อักเสบแดง
  • เส้นเลือดขอดขนาดใหญ่
  • แผลเรื้อรังจากหลอดเลือดดำ (venous ulcer)

ดังนั้นตำแหน่งนี้ “ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย”

 

ควรเพิกเฉยได้หรือไม่?

ขึ้นกับว่า

1) มีอาการร่วมด้วยหรือไม่?

ถ้ามีอาการต่อไปนี้ ไม่ควรเพิกเฉย

  • ปวด หนัก ขาเมื่อยตอนเย็น
  • บวมบริเวณข้อเท้า
  • คันหรือแสบร้อน
  • ปวดรอบแนวเส้นฝอย
  • เดินไกลแล้วหนักขา

อาการเหล่านี้สัมพันธ์กับหลอดเลือดดำรั่วระดับลึกกว่าที่มองเห็น

ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง ควรมาตรวจพบแพทย์

 

2) ลักษณะของเส้นเลือดฝอย

  • ถ้าเป็นวงกว้าง หรือหลายจุดรอบข้อเท้า → สงสัย corona phlebectatica
  • ถ้าเป็นเพียง 1–2 เส้นเล็ก ๆ และไม่มีอาการ → อาจเป็นเพียงเรื่องความสวยงาม

ถ้าเป็นวงกว้างควรมาพบแพทย์

3) ปัจจัยเสี่ยงของผู้ป่วย ถ้ามีควรระวัง เฝ้าสังเกตุอาการ เพราะปัจจัยเหล่านี้สัมพันธ์กับเส้นเลือดขนาดใหญ่รั่วได้

 

  • อาชีพที่ยืนนาน นั่งนาน
  • อ้วน
  • ตั้งครรภ์
  • มีประวัติครอบครัวเป็นเส้นเลือดขอด
  • เคยผ่าตัดหรือเกิดลิ่มเลือดดำอุดตัน
  • อายุ > 60 ปี

 

ต้องตรวจอะไรบ้าง?

การประเมินที่ดีที่สุดคือ

การทำอัลตร้าซาวด์ Duplex Ultrasound

เพื่อตรวจการรั่วของหลอดเลือดดำใหญ่ เช่น great saphenous vein

ใช้เวลา 10–15 นาที และเป็นมาตรฐานสากล ทั่วโลกยืนยันว่าการมองด้วยตาเปล่า ไม่เพียงพอในการวินิจฉัย

 

ต้องรักษาไหม? วิธีการรักษามีแบบไหนบ้าง?

ขึ้นกับสาเหตุที่พบ

กรณีที่ 1: ไม่มีหลอดเลือดดำใหญ่รั่ว (ปัญหาความสวยงาม)

การรักษาที่ได้ผลที่สุดคือ

  • การฉีดยา (Sclerotherapy)

ฉีดน้ำยาปิดเส้นเลือดฝอย ใช้เวลา 10–15 นาที หายภายใน 1–2 สัปดาห์


 

 

 

 

 

รูปภาพแสดงการฉีดยาเส้นเลือดฝอยที่ข้อเท้า

  • ใส่ถุงน่องแบบเส้นเลือดขอด (Compression stockings)

ช่วยลดความดันหลอดเลือดและป้องกันไม่ให้เกิดใหม่เร็ว

 

กรณีที่ 2: มีหลอดเลือดดำใหญ่รั่วร่วมด้วย

ควรรักษาต้นเหตุ ไม่เช่นนั้นเส้นฝอยจะกลับมาแม้ฉีดไปแล้ว

วิธีรักษาที่ใช้ได้แก่

  • เลเซอร์หลอดเลือดขอด (Endovenous Laser ablation (EVLA))
  • การรักษาโดยคลื่นวิทยุ (Radiofrequency Ablation)
  • การอุดหลอดเลือดด้วยกาว (Glue)
  • หากจำเป็น → ฉีดเส้นฝอยร่วมด้วยภายหลัง

การรักษาแบบแก้ที่ต้นเหตุ จะทำให้เส้นฝอยลดลงตามธรรมชาติ และป้องกันการเกิดแผลในอนาคต

 

สรุปสำคัญ: เส้นเลือดฝอยที่ข้อเท้า—อย่ามองข้าม

  • ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม
  • เป็นสัญญาณเริ่มต้นของ หลอดเลือดดำรั่ว ได้
  • หากพบรอบข้อเท้าและมีอาการ ควรมาพบแพทย์และตรวจอัลตราซาวด์
  • ถ้าต้นเหตุคือหลอดเลือดดำใหญ่รั่วและมีอาการ ควรรักษาเส้นเลือดหลักก่อน
  • การปล่อยไว้อาจนำไปสู่ความรุนแรง เช่น ผิวคล้ำ แผลเรื้อรัง

 

เหมาะสำหรับใครที่ควรมาตรวจ?

  • เห็นเส้นเลือดฝอยรอบข้อเท้าและมีอาการร่วมด้วย
  • มีอาการปวด หนัก คัน บวม
  • มีเส้นเลือดขอดอยู่แล้ว
  • เคยฉีดเส้นฝอยแต่กลับมาใหม่เร็ว

 

บทสรุปสำหรับผู้อ่าน

เส้นเลือดฝอยที่ข้อเท้าอาจดูเล็กน้อย แต่ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญโรคหลอดเลือดดำแล้ว เป็นหนึ่งในสัญญาณที่มีความหมายมากที่สุด การพบเส้นฝอยเล็ก ๆ จึงเป็นโอกาสอันดีในการตรวจและรักษาก่อนที่จะเกิดภาวะเรื้อรังที่รุนแรงขึ้น

 

หากคุณหรือคนใกล้ตัวสังเกตเห็นเส้นฝอยรอบข้อเท้าร่วมกับมีอาการ การตรวจด้วยอัลตราซาวด์เป็นขั้นตอนที่ปลอดภัย รวดเร็ว และช่วยให้ทราบสาเหตุที่แท้จริงได้อย่างแม่นยำ